News Issues new อาหารผู้ป่วยสำหรับผู้ป่วยโรค “ลำไส้อุดตัน” ที่ควรกินและหลีกเลี่ยง

อาหารผู้ป่วยสำหรับผู้ป่วยโรค “ลำไส้อุดตัน” ที่ควรกินและหลีกเลี่ยง

อาหารผู้ป่วยสำหรับผู้ป่วยโรค “ลำไส้อุดตัน” ที่ควรกินและหลีกเลี่ยง ภาวะลำไส้อุดตัน เป็นสภาวะที่ทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบทางเดินอาหาร และส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหารของผู้ป่วยอย่างมาก เพราะการกินอาหารอย่างไม่เหมาะสม อาจทำให้อาการลำไส้อุดตันทรุดหนักลงได้ Hello คุณหมอ เลยจะมาแนะนำ อาหารสําหรับผู้ป่วยลําไส้อุดตัน ว่าควรกินอะไรบ้าง ถึงจะช่วยบรรเทาอาการได้

อาหารสำหรับอย่างไรกับผู้ป่วยลำไส้อุดตัน

ภาวะลำไส้อุดตัน (Bowel Obstruction) หมายถึงภาวะที่ลำไส้เกิดการอุดตัน จนทำให้กากอาหาร หรือของเหลว ไม่สามารถไหลผ่านระบบทางเดินอาหารได้ตามปกติ การอุดตันนี้อาจจะเกิดจากการที่ลำไส้ตีบแคบลง เนื่องจากอาการบวมของผนังลำไส้ แผลเป็นจากการผ่าตัด หรืออาจจะเกิดอาการลำไส้บิดก็ได้

เมื่อเกิดการอุดตันขึ้นในระบบทางเดินอาหาร จึงจำเป็นต้องระมัดระวังการรับประทานอาหารขึ้นมากเป็นพิเศษ เพราะหากผู้ป่วยที่มีอาการลำไส้อุดตัน ยังคงรับประทานอาหารตามปกติ อาจทำให้กากอาหารนั้นยิ่งไปอุดตันมากขึ้น ไม่สามารถระบายออกไปได้ และอาจทำให้เกิดภาวะที่อันตราย เช่น ลำไส้แตก เป็นต้น

อาหารสําหรับผู้ป่วย “ลําไส้อุดตัน” มีอะไรบ้าง

โดยปกติแล้ว แพทย์จะเป็นผู้กำหนดอาหารที่ผู้ป่วยภาวะลำไส้อุดตันสามารถรับประทานได้ โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ โดยอาจแบ่งได้ดังต่อไปนี้

1. ภาวะลำไส้อุดตันในระดับเบา

ผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้อุดตันในระดับเบา อาจจะมีอาการต่างๆ เช่น ปวดท้องบ้างนานๆ ครั้ง มีแก๊สในกระเพาะอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาการอุดตันในลำไส้ อาจจะเกิดขึ้นแค่บางส่วน ผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้อุดตันในระดับเบานั้น อาจสามารถฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้ ด้วยการควบคุมการรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้อาการอุดตันนั้นรุนแรงขึ้น จนอาจนำไปสู่ภาวะลำไส้อุดตันในระดับรุนแรง

อาหารที่ควรรับประทานสำหรับผู้ป่วยในสภาวะนี้ คืออาหารที่มีใยอาหารต่ำ ดังต่อไปนี้

นม และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมต่างๆ
เนื้อสัตว์ ที่ปรุงสุกโดยวิธีการต้ม นึ่ง อบ หรือตุ๋น
ไข่ทุกประเภท
เต้าหู้นิ่มๆ
ผักที่มีใยอาหารน้อย เช่น แครอท บร็อคโคลี่ ฟักทอง มันฝรั่งมะเขือเทศ หัวผักกาด หน่อไม้ฝรั่ง ผักเหล่านี้ ควรปรุงให้สุกจนนิ่ม และปอกเปลือกออกทุกครั้ง เพราะในเปลือกนั้นจะมีใยอาหารสูง
ขนมปัง และอาหารจำพวกแป้งที่ทำมาจากแป้งขัดสีแล้ว

นอกจากนี้ ผู้ป่วยก็ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีใยอาหารสูงต่างๆ เช่น ผักใบเขียว เปลือกผักและผลไม้ ธัญพืช ถั่วต่างๆ เห็ด สับปะรด และ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น

2. ภาวะลำไส้อุดตันในระดับปานกลาง

ผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้อุดตันในระดับปานกลางนี้ อาจจะเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างผิดปกติ ท้องอืดบ่อยๆ และเป็นเวลานานจนเรื้อรัง การสะสมของกากอาหารในลำไส้ก็อาจจะเริ่มเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ควรระมัดระวังการรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้น

ผู้ป่วยในสภาวะนี้ ควรพยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีใยอาหาร ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยกตัวอย่างเช่น

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เช่น นม โยเกิร์ต ครีม ชีสต่างๆ
เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อไก่
ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปต่างๆ เช่น ไส้กรอก หรือโบโลญญ่า น้ำผักและน้ำผลไม้ ที่กรองเอากากออกหมดแล้ว
หลีกเลี่ยงการรับประทานผักและผลไม้ทุกชนิด
อาหารจำพวกแป้งที่ทำจากแป้งที่ผ่านการขัดสีแล้ว เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว หลีกเลี่ยงพวกขนมปังโฮลวีต และข้าวกล้องต่างๆ

3. ภาวะลำไส้อุดตันในระดับรุนแรง

ผู้ป่วยในสภาวะนี้ จะต้องงดการรับประทานอาหารที่เป็นของแข็งทั้งหมด และกินได้แต่อาหารเหลวต่างๆ เท่านั้น เช่น

นมและโยเกิร์ต
น้ำผักและน้ำผลไม้ ที่กรองเอากากออกหมดแล้ว
ซุปบดละเอียดต่างๆ ที่ผ่านการกรองกากออกแล้ว
คัสตาร์ด ไอศกรีม พุดดิ้ง และขนมที่มีลักษณะนิ่ม ไม่มีเส้นใยอาหาร

นอกจากนี้ ผู้ป่วยก็อาจจะต้องรับประทานอาหารเสริมต่างๆ ในรูปแบบอาหารเหลว เพื่อช่วยชดเชยวิตามินและแร่ธาตุที่ขาดหายไปจากการรับประทานอาหารตามปกติ

คำแนะนำในการกินอาหารสำหรับผู้ป่วยลำไส้อุดตัน

จดบันทึกชนิดของอาหารที่ทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องอืด และแจ้งให้แพทย์ทราบ เผื่อจะต้องปรับอาหารที่รับประทานเพิ่มเติม
รับประทานทีละน้อยๆ อย่ากินเยอะเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง และท้องอืดอย่างรุนแรงได้
เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนจึงค่อยกลืน
ดื่มน้ำเปล่า อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
คุณอาจต้องรับประทานอาหารเสริม เพื่อชดเชยวิตามินและแร่ธาตุที่ขาดหายไป
หลีกเลี่ยงอาหารทอดและมัน เพราะอาจทำให้ท้องอืดได้

คำแนะนำในการรับประทานอาหาร สำหรับผู้ป่วยลำไส้อุดตันเหล่านี้ เป็นเพียงคำแนะนำส่วนหนึ่ง ที่จะช่วยในการจัดการกับอาการลำไส้อุดตันเท่านั้น ไม่ใช่วิธีการรักษาโรค ผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้อุดตัน ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์อย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ ไม่ทำการรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น และส่งผลอันตรายต่อชีวิตได้